หลักเกณฑ์การปฏิเสธการรับสิ่งส่งตรวจ
เพื่อให้ผลการตรวจวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการมีความถูกต้องได้มาตรฐาน กลุ่มงานพยาธิวิทยาคลินิกจึงได้วางหลักเกณฑ์ในการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจดังนี้
1. สิ่งส่งตรวจที่ใส่ในภาชนะที่ต้องใช้สารกันเลือดแข็ง แต่พบมีการแข็งตัวของเลือด(Clot) เช่น EDTA blood , NaF blood , citrated blood , Heparinized blood ได้แก่ CBC , CD4 , ESR , G6PD , Reticulocyte , Inclusion body ,Heinz body , Hb.typing , Hb.A1c , Fructosamine , Hemoculture , PT , PTT , INR , FVIII, FVIII inhibitor , Lupus anticoagulant , Mixing test , Fibrinogen )
à การป้องกันไม่ให้มีการ clot เกิดขึ้นคือใส่สิ่งส่งตรวจตามปริมาตรที่ระบุให้ได้สัดส่วนกัน แล้วผสมให้เข้ากันโดยการพลิกคว่ำกลับไปกลับมา 5-10 ครั้ง เบา ๆ
2. ปริมาณเลือดไม่ตรงตามที่กำหนด เช่น Citrated blood ( PT , PTT , INR , FVIII, FVIII inhibitor , Lupus anticoagulant , Mixing test , Fibrinogen ) ต้องใช้อัตราส่วนเลือดกับสารกันเลือดแข็งตามที่กำหนด เพราะมีผลต่อค่าการตรวจวิเคราะห์
3. สิ่งส่งตรวจที่มีการแตกของเม็ดเลือดแดง(Hemolysis) ทำให้ตรวจพบสารที่มีในเม็ดเลือดแดง มากกว่าปกติในซีรั่ม และสีของเม็ดเลือดแดงที่แตกรบกวนผลการตรวจวิเคราะห์
à การป้องกันไม่ให้มีการแตกของเม็ดเลือดคือ
: การเจาะเลือดควรใช้เข็มที่มีขนาดใหญ่ เช่น เบอร์ 20 , 21
: ก่อนเจาะเลือดควรให้ alcohol บริเวณที่เจาะแห้งก่อน
: ขณะเจาะเลือดไม่ควรดึงลูกสูบให้เลือดเข้าสู่ Syringe แรงเกินไป
: ควรถอดหัวเข็มออก และไม่ฉีดเลือดใส่ภาชนะแรงเกินไป
: ภาชนะที่ใช้ต้องแห้ง
4. สิ่งส่งตรวจที่เจาะจากแขนด้านที่กำลังให้ IV fluid สิ่งส่งตรวจจะถูกเจือจาง ทำให้ได้ค่าต่ำ และถ้าตรวจสารชนิดเดียวกับที่มีอยู่ใน fluid ทำให้ได้ค่าสูงกว่าความจริง เช่น Electrolyte
5. สิ่งส่งตรวจที่เก็บไว้นานเกินไปหลังจากทำการเก็บทำให้ผลการตรวจวิเคราะห์บางรายการคลาดเคลื่อนจากค่าจริง เช่น Blood gas , Glucose , Electrolyte , SGOT , LDH , Acid phosphatase , Calcium , PT , PTT , INR , FVIII , ESR , Reticulocyte , CD4 , LE cell , Cell count (CSF) การตรวจ Blood gas เก็บไว้นานกว่า 15 นาที หรือนำส่งโดยไม่แช่ในภาชนะ ที่มีน้ำแข็ง or Ice pack
: Electrolyte, CSF Cell count เก็บไว้นานกว่า 1 ชม.
: การตรวจปัจจัยการแข็งตัวของเลือด เก็บไว้นานกว่า 1 ชม. ( PT,PTT,INR, Mixing test, Fibrinogen, FV III activity, Lupus
6. สิ่งส่งตรวจที่เก็บมาไม่ถูกต้อง เช่น
: ภาชนะเก็บสิ่งส่งตรวจที่ไม่มีฝาปิดมิดชิด (ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ)
: การส่งตรวจ Urine 24 hrs. ที่ไม่ระบุปริมาตรในใบส่งตรวจ
: Sputum ที่มีน้ำลายปน
: Sputum Culture ที่สั่งทำ Semi-quantitative แต่ใส่ขวด Transport
media ( ต้องใส่ขวด Sterile ห้ามใช้ Swab )
: การส่งตรวจ Urine Culture ที่ไม่ได้ส่งทันที และไม่ได้เก็บไว้ในตู้เย็น
: Stool exam , Occult blood ที่ใช้ Swab ป้ายแห้ง
: ชื่อและนามสกุลที่ติดบนสิ่งส่งตรวจไม่ตรงกับใบส่งตรวจ
1. สิ่งส่งตรวจที่ใส่ในภาชนะที่ต้องใช้สารกันเลือดแข็ง แต่พบมีการแข็งตัวของเลือด(Clot) เช่น EDTA blood , NaF blood , citrated blood , Heparinized blood ได้แก่ CBC , CD4 , ESR , G6PD , Reticulocyte , Inclusion body ,Heinz body , Hb.typing , Hb.A1c , Fructosamine , Hemoculture , PT , PTT , INR , FVIII, FVIII inhibitor , Lupus anticoagulant , Mixing test , Fibrinogen )
3. สิ่งส่งตรวจที่มีการแตกของเม็ดเลือดแดง(Hemolysis) ทำให้ตรวจพบสารที่มีในเม็ดเลือดแดง มากกว่าปกติในซีรั่ม และสีของเม็ดเลือดแดงที่แตกรบกวนผลการตรวจวิเคราะห์
: การเจาะเลือดควรใช้เข็มที่มีขนาดใหญ่ เช่น เบอร์ 20 , 21
: ควรถอดหัวเข็มออก และไม่ฉีดเลือดใส่ภาชนะแรงเกินไป
: ภาชนะที่ใช้ต้องแห้ง
4. สิ่งส่งตรวจที่เจาะจากแขนด้านที่กำลังให้ IV fluid สิ่งส่งตรวจจะถูกเจือจาง ทำให้ได้ค่าต่ำ และถ้าตรวจสารชนิดเดียวกับที่มีอยู่ใน fluid ทำให้ได้ค่าสูงกว่าความจริง เช่น Electrolyte
6. สิ่งส่งตรวจที่เก็บมาไม่ถูกต้อง เช่น
: Stool exam , Occult blood ที่ใช้ Swab ป้ายแห้ง

